บทที่ 7: Numbers, Time & Days — ตัวเลข เวลา วันที่¶
⏮ Pre-chapter Retrieval — ทบทวนก่อนเริ่ม¶
จากบทที่ 6 คุณเรียน Wh-questions แล้ว
ลองตอบก่อนดูเฉลย: ถ้าจะถามว่า "กี่โมงแล้ว?" เป็นภาษาอังกฤษ คุณจะใช้ Wh-word อะไร? และสร้างประโยคคำถามว่าอย่างไร?
⏸ หยุด 30 วินาที เขียนคำตอบและเหตุผลลงกระดาษก่อน แล้วค่อยเลื่อนดูเฉลย
(เลื่อนลงมาเมื่อพร้อม)
เฉลย Pre-chapter: ใช้ "What" เพราะถามเรื่อง "อะไร" → "What time is it?" หรือ "What's the time?" — ทั้งสองถูก
ส่วนที่ 1: วัตถุประสงค์¶
อ่านจบบทนี้แล้ว คุณจะสามารถ:
- บอก ตัวเลข 1-100 เป็นภาษาอังกฤษได้โดยไม่ต้องแปลในหัว
- อ่าน และ บอก เวลาแบบ o'clock, half past, quarter past/to
- ใช้ ชื่อวันในสัปดาห์และเดือนในประโยคจริง
- บอก วันที่แบบ American และ British ได้ถูกรูปแบบ
- เลือก ใช้ on / in / at กับเวลาได้ถูกต้อง
ส่วนที่ 2: ทำไมต้องรู้? (Why)¶
ลองนึกว่าพรุ่งนี้คุณต้องไปพบแพทย์ที่คลินิก แต่ไม่รู้จักชื่อวันอังกฤษเลย — คุณจะรับนัดหมายได้ยังไง?
หรือคุณสั่งของออนไลน์จากร้านต่างประเทศ แต่อ่านวันหมดอายุ "January 15, 2025" ไม่ออก — คุณจะรู้ได้ยังไงว่าของหมดอายุรึยัง?
ตัวเลข เวลา และวัน คือ vocabulary ที่ใช้ทุกวันและขาดไม่ได้ — และข่าวดีคือ pattern ชัดมาก เรียนครั้งเดียวจำตลอดชีวิต
(source: esleschool.com — "Setting aside 10-15 minutes daily for ESL months of the year activities is recommended, as spaced repetition is highly effective for mastering new material.")
ส่วนที่ 3: Analogy — ตัวเลขคือ "ภาษากลาง"¶
เลข 3 ไม่ว่าจะเป็นคนไทย คนอเมริกัน หรือคนญี่ปุ่น ทุกคนรู้ว่ามันคือ "สาม"
แต่พอเราพูดออกมา เราต้องใช้ "ภาษา" ของแต่ละชาติ — ภาษาอังกฤษใช้ "three"
สิ่งที่คุณเรียนบทนี้ไม่ใช่ "ความหมายใหม่" แต่คือ เสียงและตัวอักษรใหม่ สำหรับสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้ว
⚠️ ถ้าเชื่อ analogy นี้ 100% จะเข้าใจผิดว่า: - ตัวเลขทุกอย่างเหมือนกันระหว่างภาษา — จริงๆ แล้ว ordinals (first, second, third) ใช้ต่างกันมากจาก cardinal (one, two, three) - ระบบเวลาเหมือนกันทุกวัฒนธรรม — รูปแบบวันที่ American (January 15) vs British (15 January) ต่างกันและทำให้สับสนได้จริง - เรียนตัวเลขได้ครั้งเดียวจบ — จริงๆ ต้องฝึกพูดออกเสียงด้วย เพราะ "thirteen" กับ "thirty" คนไทยมักออกเสียงสับสน
ส่วนที่ 4: เนื้อหาหลัก¶
4.1 Numbers 1-100¶
1-20 (ท่องได้ — ไม่มี pattern สม่ำเสมอ):
| 1 one | 2 two | 3 three | 4 four | 5 five |
|---|---|---|---|---|
| 6 six | 7 seven | 8 eight | 9 nine | 10 ten |
| 11 eleven | 12 twelve | 13 thirteen | 14 fourteen | 15 fifteen |
| 16 sixteen | 17 seventeen | 18 eighteen | 19 nineteen | 20 twenty |
⚠️ ระวัง: thirteen /ˌθɜːˈtiːn/ กับ thirty /ˈθɜːti/ — ออกเสียงต่างกัน! thirteen เน้นพยางค์หลัง, thirty เน้นพยางค์หน้า
21-100 (มี pattern — สิบ + หน่วย):
| ตัวเลข | คำ | ตัวเลข | คำ |
|---|---|---|---|
| 20 | twenty | 21 | twenty-one |
| 30 | thirty | 32 | thirty-two |
| 40 | forty | 43 | forty-three |
| 50 | fifty | 54 | fifty-four |
| 60 | sixty | 65 | sixty-five |
| 70 | seventy | 76 | seventy-six |
| 80 | eighty | 87 | eighty-seven |
| 90 | ninety | 98 | ninety-eight |
| 100 | one hundred | — | — |
Ordinal Numbers (สำหรับวันที่และลำดับ):
| Cardinal | Ordinal | Cardinal | Ordinal |
|---|---|---|---|
| 1 one | 1st first | 2 two | 2nd second |
| 3 three | 3rd third | 4 four | 4th fourth |
| 5 five | 5th fifth | 10 ten | 10th tenth |
| 20 twenty | 20th twentieth | 21 twenty-one | 21st twenty-first |
Pattern: ส่วนใหญ่เติม -th ยกเว้น 1st, 2nd, 3rd (และตัวเลขที่ลงท้ายด้วยเลขเหล่านี้เช่น 21st, 22nd, 23rd)
⏸ Self-Check 4.1
เขียนตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวอักษร (ไม่ดูตาราง):
- 17 → ___
- 43 → ___
- 5th → ___
- 22nd → ___
หยุด 30 วินาที เขียนคำตอบพร้อมออกเสียงในหัวด้วย แล้วค่อยดูเฉลย
เฉลย: 1. seventeen | 2. forty-three | 3. fifth | 4. twenty-second
Remediation: - ถ้าข้อ 1 เขียน "seventen" → ดูตาราง 1-20 อีกครั้ง -teen ลงท้ายเสมอสำหรับ 13-19 - ถ้าข้อ 2 เขียน "fourty" → สะกดถูกคือ "forty" (ไม่มี u) - ถ้าข้อ 4 งง → ดู pattern ordinals: ลงท้าย 1 → st, ลงท้าย 2 → nd
Novice fallback: ยังงง? ลอง trick: สำหรับ 13-19 ออกเสียงท้ายยาว (-TEEN), สำหรับ 30-90 ออกเสียงสั้น (-TY)
4.2 Telling Time — บอกเวลา¶
รูปแบบ o'clock: - 3:00 = "It's three o'clock." - 7:00 = "It's seven o'clock." - o'clock ใช้ได้เฉพาะเวลาที่นาทีเป็น :00 เท่านั้น
รูปแบบ half past / quarter:
| เวลา | พูดว่า | แปลว่า |
|---|---|---|
| 3:30 | half past three | ครึ่ง (30 นาที) หลัง 3 โมง |
| 3:15 | quarter past three | 15 นาทีหลัง 3 โมง |
| 3:45 | quarter to four | 15 นาทีก่อน 4 โมง |
รูปแบบ Digital (ใช้บ่อยในชีวิตจริง): - 3:45 = "three forty-five" - 10:20 = "ten twenty" - 8:05 = "eight oh five" (ถ้านาทีหลักสิบเป็น 0 ใช้ "oh")
คำถาม-คำตอบ: - "What time is it?" → "It's 3 o'clock." / "It's half past two." - "What time does it open?" → "It opens at nine."
⏸ Self-Check 4.2
บอกเวลาต่อไปนี้เป็นภาษาอังกฤษ:
- 6:00 → ___
- 11:30 → ___
- 7:15 → ___
- 9:45 → ___
หยุด 30 วินาที เขียนก่อน แล้วค่อยดูเฉลย
เฉลย: 1. six o'clock | 2. half past eleven | 3. quarter past seven | 4. quarter to ten
Remediation: - ข้อ 3 ตอบ "quarter past ten" → ระวัง: 7:15 คือ 15 นาทีหลัง 7 โมง ไม่ใช่ 10 โมง - ข้อ 4 ตอบ "quarter to nine" → 9:45 คือ 15 นาทีก่อน 10 โมง ไม่ใช่ 9 โมง
Novice fallback: ถ้า quarter to ยังงง → ใช้ digital format แทนได้เสมอ: "nine forty-five" ถูกต้องเหมือนกัน
4.3 Days of the Week & Months¶
วันในสัปดาห์:
| ภาษาอังกฤษ | ย่อ | คำอ่านสำหรับคนไทย |
|---|---|---|
| Monday | Mon | /ˈmʌndeɪ/ มัน-เด |
| Tuesday | Tue | /ˈtjuːzdeɪ/ ทิวซ์-เด |
| Wednesday | Wed | /ˈwenzdeɪ/ เวนซ์-เด (d ใน Wed ไม่ออกเสียง!) |
| Thursday | Thu | /ˈθɜːzdeɪ/ เธิร์ซ-เด |
| Friday | Fri | /ˈfraɪdeɪ/ ไฟร-เด |
| Saturday | Sat | /ˈsætədeɪ/ แซท-เทอ-เด |
| Sunday | Sun | /ˈsʌndeɪ/ ซัน-เด |
⚠️ Wednesday — สะกด Wed-nes-day แต่ออกเสียง "wenz-day" คนไทยมักพลาดตรงนี้
เดือนในปี:
| เดือน | ย่อ | คำอ่าน | เดือน | ย่อ | คำอ่าน |
|---|---|---|---|---|---|
| January | Jan | /ˈdʒænjuəri/ | July | Jul | /dʒuˈlaɪ/ |
| February | Feb | /ˈfebruəri/ | August | Aug | /ˈɔːɡəst/ |
| March | Mar | /mɑːtʃ/ | September | Sep | /sepˈtembər/ |
| April | Apr | /ˈeɪprəl/ | October | Oct | /ɒkˈtoʊbər/ |
| May | May | /meɪ/ | November | Nov | /noʊˈvembər/ |
| June | Jun | /dʒuːn/ | December | Dec | /dɪˈsembər/ |
⚠️ February — สะกด Feb-ru-ary แต่หลายคนออกเสียงว่า "Feb-yoo-ary" ก็ยอมรับได้
4.4 Dates — วิธีพูดและเขียนวันที่¶
American format: - เขียน: January 15, 2024 - พูด: "January fifteenth, twenty twenty-four"
British format: - เขียน: 15 January 2024 หรือ 15th January 2024 - พูด: "the fifteenth of January, twenty twenty-four"
⚠️ ระวัง: 01/05/2024 ในระบบ American = January 5th แต่ในระบบ British = 1st May — ต่างกัน! ถ้าไม่แน่ใจควรเขียนชื่อเดือนออกมาเต็มๆ
Prepositions of Time — on / in / at:
| Preposition | ใช้กับ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| on | วัน, วันที่ | on Monday / on January 15th |
| in | เดือน, ปี, ช่วงเวลากว้าง | in January / in 2024 / in the morning |
| at | เวลาชัดเจน | at 3 PM / at noon / at midnight |
ตัวอย่างประโยค: - The meeting is on Monday. - She was born in March. - The class starts at 9 AM. - I'll see you on the 15th. - He moved here in 2020.
⏸ Self-Check 4.4
เลือก on / in / at:
- The party is ___ Friday.
- I have a meeting ___ 2 PM.
- My birthday is ___ October.
- The shop closes ___ midnight.
- She starts work ___ January 1st.
หยุด 30 วินาที เขียนเหตุผลทุกข้อ แล้วค่อยดูเฉลย
เฉลย: 1. on | 2. at | 3. in | 4. at | 5. on
Remediation: - ถ้าข้อ 1 ใช้ "in Friday" → on + วัน เสมอ ไม่ใช่ in - ถ้าข้อ 3 ใช้ "on October" → in + เดือน (กว้าง), on + วันที่ (เฉพาะ) - ถ้าข้อ 5 ใช้ "in January 1st" → มีวันที่ระบุ (1st) → ใช้ on
Novice fallback: จำง่ายๆ: at = เวลาแบบนาฬิกา, on = วันในปฏิทิน, in = ช่วงเวลากว้างๆ (เดือน ปี ฤดู)
⏸ Backward Retrieval Self-Check
ไม่ดูตาราง — ตอบจากความจำ:
- บอกเวลา 10:30 เป็น 2 วิธีที่ต่างกัน
- "I'll call you in Monday." ผิดยังไง?
- วันที่ 03/07 ในระบบ American คือวันที่เท่าไหร่ของเดือนอะไร?
หยุด 30 วินาที เขียนเหตุผลทุกข้อ แล้วค่อยดูเฉลย
เฉลย: 1. "half past ten" หรือ "ten thirty" 2. "I'll call you on Monday." — วันใช้ on ไม่ใช่ in 3. March 7th (เดือน 3, วันที่ 7) — American: month/day/year
Remediation: - ข้อ 1 ได้แค่วิธีเดียว → ดู section 4.2 ทั้ง half past และ digital format - ข้อ 2 ผิด → ดูตาราง on/in/at ใน section 4.4 - ข้อ 3 ตอบ July 3rd → นั่นคือ British format (day/month) ไม่ใช่ American (month/day)
ส่วนที่ 5: ตัวอย่าง 3 ระดับ¶
🟢 Beginner — อ่าน Receipt¶
คุณซื้อของออนไลน์จากร้านต่างประเทศ ได้รับ receipt แบบนี้:
Order Date: March 5, 2024
Delivery Date: March 12, 2024
Items: 3
Total: $47.00
Warranty expires: December 31, 2025
ตอบคำถาม: 1. คุณสั่งของวันที่เท่าไหร่? 2. ของจะมาถึงกี่วันหลังจากสั่ง? 3. ประกันหมดอายุเดือนอะไร ปีไหน? 4. ราคารวมเป็นเท่าไหร่ (บอกเป็นคำอ่านภาษาอังกฤษ)?
เฉลย: 1. March fifth (วันที่ 5 มีนาคม) 2. Seven days (12 - 5 = 7 วัน) 3. December 2025 (ธันวาคม 2025) 4. Forty-seven dollars
🟡 Intermediate — Reply Email นัดหมาย¶
เพื่อนชาวต่างชาติส่ง email ว่า: "Can we meet next week? I'm free Tuesday afternoon or Thursday morning."
คุณอยากนัดวันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม เวลา 10.00 น. ที่ร้านกาแฟในห้างสรรพสินค้า
เขียน reply email ที่ระบุวันที่ เวลา และสถานที่ให้ถูกต้อง (3-4 ประโยค)
ตัวอย่างเฉลย:
Thursday works great for me. Let's meet on Thursday, January 18th at 10 AM. I'll see you at the coffee shop in the shopping mall. Does that work for you?
สังเกต: ใช้ on + วันที่, at + เวลา — ถูกต้องทั้งคู่
🔴 Advanced — on / in / at ข้อไหนถูก?¶
วิเคราะห์ประโยคต่อไปนี้ ระบุว่าถูกหรือผิด และอธิบายเหตุผล:
- "The concert is in Friday night."
- "I was born at 1995."
- "She arrives on the morning."
- "The store opens at 9 on Mondays."
- "We met in Christmas Day."
เฉลย + เหตุผล:
| ประโยค | ถูก/ผิด | การแก้ + เหตุผล |
|---|---|---|
| 1. in Friday night | ❌ | on Friday night — วัน/คืนใช้ on |
| 2. at 1995 | ❌ | in 1995 — ปีใช้ in |
| 3. on the morning | ❌ | in the morning — ช่วงของวัน (morning/afternoon/evening) ใช้ in |
| 4. at 9 on Mondays | ✅ | ถูก — at + เวลา + on + วัน |
| 5. in Christmas Day | ❌ | on Christmas Day — วันหยุดเฉพาะวันใช้ on |
ส่วนที่ 6: Common Mistakes¶
❌ ผิด: "See you in Monday."¶
✅ ถูก: "See you on Monday."¶
เหตุผล: วันในสัปดาห์ใช้ "on" เสมอ — ไม่ใช่ "in" และไม่ใช่ "at"
🔍 จุดที่มักพลาด: ในภาษาไทย "วัน" กับ "เดือน" ใช้คำเชื่อมแบบเดียวกัน แต่ภาษาอังกฤษแยกชัดเจน
🤔 วิธีจำ: on = วันเฉพาะ (วางนิ้วบนปฏิทิน), in = ช่วงกว้าง (มองเดือนหรือปีทั้งหมด), at = จุดเวลาแบบนาฬิกา
(source: Cambridge Dictionary — prepositions of time)
❌ ผิด: "Today is the fourty-five."¶
✅ ถูก: "Today is the forty-fifth." (หรือบอก context ให้ชัดกว่า)¶
เหตุผล: "forty" ไม่มี 'u' (ไม่ใช่ fourty) — เป็นข้อผิดพลาดที่แม้แต่เจ้าของภาษาบางคนยังเขียนผิด
🔍 จุดที่มักพลาด: "four" → "fourteen" → "forty" — ตัว u หายไปเมื่อเป็น forty
🤔 วิธีจำ: "four" มี u → "forty" ไม่มี u (เหมือนเลข 40 ที่ตัดออกไปหนึ่งตัว)
(source: สะกดมาตรฐาน — Merriam-Webster)
❌ ผิด: "My appointment is at March."¶
✅ ถูก: "My appointment is in March." หรือ "My appointment is on March 15th."¶
เหตุผล: เดือนใช้ "in" ถ้าระบุแค่เดือน แต่ถ้าระบุวันด้วยให้ใช้ "on"
🔍 จุดที่มักพลาด: "at" ดูเหมือนใช้กับเวลาได้ทั้งหมด แต่จริงๆ ใช้กับเวลาแบบนาฬิกาเท่านั้น
🤔 กฎ: at + ตัวเลขเวลา (3 PM, noon, midnight) / in + เดือน/ปี / on + วัน/วันที่
(source: Cambridge Dictionary — prepositions of time)
ส่วนที่ 7: สรุปบท¶
ก่อนดูเฉลย — หยุด 30 วินาที แล้วเขียนคำตอบลงกระดาษ
คำถาม Retrieval:
-
บอก เวลาตอนนี้เป็นภาษาอังกฤษ 2 วิธี (แบบ o'clock/half past และแบบ digital)
-
อธิบาย ความต่างระหว่าง on / in / at สำหรับเวลา — ยกตัวอย่าง 1 ประโยคสำหรับแต่ละอัน
-
สร้าง 1 ประโยคบอกวันเกิดของตัวเอง (เช่น "I was born on [วันที่] in [เดือน] [ปี].")
(เลื่อนดูเฉลยเมื่อเขียนครบแล้ว)
เฉลยสรุปบท:
-
ปรับตามเวลาจริง — เช่น "It's half past three." / "It's three thirty."
-
on Monday (วัน) / in March (เดือน) / at 5 PM (เวลานาฬิกา)
-
ตัวอย่าง: "I was born on May 10th in 1990."
Remediation: - ข้อ 1 บอกได้วิธีเดียว → กลับ section 4.2 และฝึก 2 รูปแบบคู่กัน - ข้อ 2 ยังสับสน on/in/at → ดู Common Mistakes ข้อ 3 ของบทนี้ - ข้อ 3 สร้างไม่ออก → กลับ section 4.4 ตัวอย่างประโยค
ต่อไป → บทที่ 8: Essential Phrases — 50 ประโยคสำเร็จรูปที่ใช้ได้ทันทีในชีวิตจริง